7 วันอันตราย คดีจราจรขึ้นศาลแล้ว 2.1หมื่น ทั้งคนไทย-ต่างชาติ เป็นจำเลย เมาขับ ไม่มีใบขับขี่ เสพขับเรียงลำดับ

0 10

เมื่อวันที่ 2 มกราคม นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยปริมาณคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วราชอาณาจักร จำนวนทั้งสิ้น 232 ศาล ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ 2562 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2561 ถึง 2 มกราคม 2562 ซึ่งรวบรวมข้อมูลสถิติโดยศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรม ประจำวันพุธที่ 2 มกราคม พบว่าจำนวนข้อหาตามความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่ขึ้นสู่การพิจารณาข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณาทั้งหมด5,096 ข้อหา ข้อหาที่พิพากษาแล้วเสร็จ4,736 ข้อหา คิดเป็น 92.94 ข้อหาที่มีการกระทำผิดสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ ขับรถขณะเมาสุรา 4,805 ข้อหา ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 178 ข้อหา ขับรถขณะเสพยาเสพติด 101 ข้อหา จังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่นครราชสีมา 327 ข้อหา กรุงเทพมหานคร233 ข้อหา ชลบุรี 233 ข้อหา ร้อยเอ็ด 228 ข้อหา เชียงใหม่ 177 ข้อหา ขณะที่ศาลที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด 228 ข้อหา ศาลแขวงนครราชสีมา205 ข้อหา ศาลแขวงเชียงใหม่ 155 ข้อหา ศาลแขวงลำปาง 152 ข้อหา และศาลจังหวัดนครพนม 142 ข้อหา

Loading...

โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า เมื่อสรุปยอดรวมสถิติคดี พ.ร.บ.จราจรทางบก ทั่วประเทศ ช่วง 7 วันอันตราย 7 วันที่ผ่านมาระหว่าง 27 ธันวาคม 2561 – 2 มกราคม 2562 ข้อหาตามความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่ขึ้นสู่การพิจารณา ทั้งหมด21,238 ข้อหา ข้อหาที่พิพากษาแล้วเสร็จ19,888 ข้อหา คิดเป็นร้อยละ 93.64 ข้อหาที่มีการกระทำผิดสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ ขับรถขณะเมาสุรา 19,603 ข้อหา ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 933 ข้อหา ขับรถขณะเสพยาเสพติด 598 ข้อหา ขณะที่ จังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ นครราชสีมา 1,197 ข้อหา ชลบุรี 1,050 ข้อหา กรุงเทพมหานคร 1,046 ข้อหา เชียงใหม่ 927 ข้อหา ร้อยเอ็ด 850 ข้อหา โดยศาลที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด 850 ข้อหา ศาลแขวงเชียงใหม่ 783 ข้อหา ศาลแขวงชลบุรี 593 ข้อหา ศาลแขวงนครราชสีมา 580 ข้อหา ศาลแขวงอุดรธานี 542 ข้อหา

“จำนวนจำเลยที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาแบ่งตามสัญชาติและ เพศพบว่าสัญชาติไทย 20,203 คน ชาย 19,596 คน 20,203 คนสัญชาติอื่น841 คน ชาย 823 คน หญิง 18 คน รวมทั้งหมด 21,044 คน”นายสุริยัณห์ กล่าว

ที่มา : https://www.matichon.co.th/local/crime/news_1300573

Loading...

แสดงความคิดเห็น
โหลด...