เสี่ยอ๋อย สับคลายล็อก พิลึกกึกกือ ห้ามใช้โซเชียลฯ หาเสียง

0 2

"จาตุรนต์" สับคลายล็อกตลกร้าย พิลึกกึกกือขันล็อกแน่น ห้ามใช้โซเชียลฯ หาเสียง ทำเลือกตั้งพิกลพิการ มัดมือมัดเท้าปิดหูปิดตาประชาชน เย้ย คสช.หวาดกลัวคนไม่เออออห่อหมกด้วย…

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก "คสช.กลัวอะไรนักหนา จึงไม่ยอมปลดล็อก" ว่า เห็นคำสั่งคลายล็อกที่กลายเป็นล็อกแน่นเข้าไปอีก โดยเฉพาะเรื่องห้ามหาเสียง แล้วก็รู้สึกว่าเป็นตลกร้าย จะขำก็ขำไม่ออก เพราะคำสั่งนี้กำลังทำลายการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นให้กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ คือกำลังเป็นการเลือกตั้งที่ผู้มีอำนาจต้องการให้ประชาชนไดรับรู้ข้อมูลน้อยที่สุด มีส่วนร่วมน้อยที่สุด คือสักแต่ว่าให้ไปหย่อนบัตรโดยไม่ต้องรู้อะไรเลย ที่พิลึกกึกกือที่สุดคือห้ามพรรคการเมืองใช้โซเชียลมีเดียหาเสียง ซึ่งก็ไม่รู้คำว่า ”หาเสียง” ว่าแปลว่าอะไร

ส่วนการหาเสียงตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้นหมายถึงการไปโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้คนเลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือเลือกนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง ในช่วงที่มีการสมัครรับเลือกตั้งแล้ว ถ้าช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง การหาเสียงมีระเบียบห้ามทำอะไรบ้าง เช่น ซื้อเสียง จัดมหรสพ สัญญาว่าจะให้ เป็นต้น แต่ไม่ใช่ห้ามพูดนโยบายหาเสียง เว้นโจมตีใส่ร้ายคู่แข่งด้วยความเท็จก็ต้องถูกดำเนินคดีไป

ขณะที่การพูดถึงนโยบายหรือพูดหาเสียงไม่ผิดกฎหมายทำได้ตลอดเวลา และอีกความหมายคือพูดให้คนชอบหรือเกิดความนิยมในตัวผู้พูดหรือองค์กรของผู้พูด เช่น การที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พูดอยู่ทุกวัน เพียงแต่ไม่แน่ว่าจะทำให้คนชอบหรือไม่เท่านั้น หรือการที่นักการเมืองอาจจะพูดถึงผลงานของตนเองในการดึงงบประมาณเข้าจังหวัดตัวเองได้มาก การหาเสียงเหล่านี้ย่อมไม่ผิดกฎหมาย แต่คำสั่งคลายล็อกนี้กลับทำให้การโฆษณาประชาสัมพันธ์ถึงนโยบายของพรรคการเมือง การพูดถึงบุคลากรหรือสิ่งที่พรรคทำอยู่การเป็นเรื่องต้องห้าม

“ไม่ทราบเหมือนกันว่าออกคำสั่งอย่างนี้กันมาได้อย่างไร ความจริงการเปลี่ยนแปลงนี้คือพัฒนาการทางการเมืองที่สำคัญของประเทศไทยที่ทำให้ประชาชนเป็นผู้กำหนดการบริหารประเทศได้มากขึ้นเช่นเดียวกับที่หลายๆ ประเทศที่เจริญก้าวหน้าเขาทำกันมานานแล้ว แต่กระบวนการที่ว่านี้กลับเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจในขณะนี้ไม่เพียงไม่เชื่อถือ รังเกียจ ดูถูกดูแคลน แต่ยังหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่งด้วย เพราะเกลียดกลัวการเลือกตั้งที่ทำให้ประชาชนกลายมาเป็นผู้กำหนดความเป็นไปของบ้านเมืองแทนผู้ที่มีอำนาจมาแต่เดิมนี่เอง ที่ทำให้ คสช.กับพวกจ้องหาทางทำลายการเลือกตั้งไม่ให้ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น”

พร้อมย้ำการเลือกตั้งครั้งต่อไปนี้จึงกำลังถูกทำให้พิกลพิการไปเสียหมด พรรคการเมืองถูกห้ามไม่ให้จัดทำนโยบายโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน จะจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นกับผู้ประกอบอาชีพต่างๆ ก็ผิดฐานชุมนุมมั่วสุมเกิน 5 คน จะไปประชุมรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการทำกิจกรรมใดๆ ก็ไม่ได้ พอคาดการณ์ได้ไม่ยากว่าเมื่อมีการรับสมัครแล้ว การหาเสียงเลือกตั้งจะถูกจำกัดอย่างมากจากกฎระเบียบของ กกต.

ทั้งนี้ยุคปัจจุบันโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่ช่วยสื่อสารกับประชาชนเป็นไปได้สะดวกรวดเร็วและกว้างขวางมาก ค่าใช้จ่ายก็น้อยมากด้วย ล่าสุดมีการทำโพลล์พบว่าประชาชนเกือบ 70% ต้องการให้พรรคการเมืองใช้โซเชียลมีเดียสื่อสารกับประชาชน แต่การสื่อสารวิธีนี้ก็กลับถูกห้ามตั้งแต่วันนี้และอาจจะห้ามเรื่อยไป ด้วยการห้ามใช้ในการหาเสียง ซ้ำยังให้อำนาจ กกต.และ คสช.ห้ามการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยหรืออาจสั่งห้ามการประชาสัมพันธ์ใดๆ ตามใจชอบได้ด้วย ที่ผ่านมาการวิพากษ์วิจารณ์ คสช.หรือรัฐบาลทางโซเชียลมีเดียมักถูก คสช.แจ้งความกล่าวโทษให้ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แบบเลือกปฏิบัติอยู่บ่อยๆ แม้การนั่งแถลงข่าววิจารณ์ผลงาน คสช. ก็ถูกดำเนินคดีฐานชุมนุมมั่วสุมทางการเมืองเกิน 5 คนและฝ่าฝืนกฎหมายอาญามาตรา 116 คำสั่งคลายล็อกนี้จะยิ่งทำให้การวิพากษ์วิจารณ์ คสช.และรัฐบาลทำได้ยากยิ่งขึ้น

“การห้ามโน่นห้ามนี่ทั้งหลายเหล่านี้ อาศัยข้ออ้างตลอดกาลของ คสช. คือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งไม่เป็นเหตุเป็นผลอะไรเลย แท้จริงแล้วสิ่งที่ คสช.กับพวกต้องการก็คือทำให้พรรคการเมืองไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน ไม่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดการทำหน้าที่ของพรรคการเมือง คสช.กับรัฐบาลทำความเสียหายแก่ประเทศชาติไว้อย่างไรบ้าง และจะยิ่งเสียหายมากขึ้นหากปล่อยให้ คสช.สืบทอดอำนาจต่อไปอีกหลังการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น”

นอกจากนี้คำสั่งนี้นอกจากมัดมือมัดเท้า ปิดปากพรรคการเมืองและปิดหูปิดตาประชาชนแล้ว ยังเป็นการสร้างเกราะคุ้มกันให้แก่ คสช. จากการวิพากษ์วิจารณ์ของนักการเมืองและประชาชน ทั้งๆ ที่ผู้นำ คสช.เองก็กำลังจะเสนอตัวเข้าแข่งขันเป็นนายกรัฐมนตรีในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งด้วย ที่น่าเศร้าก็คือสุดท้ายแล้วการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นเป็นเพียงสิ่งที่ คสช.กับพวกจำยอมต้องให้เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้อับอายขายหน้าชาวโลกนานเกินไป แต่เมื่อใจจริงไม่อยากให้มีและยังหวาดกลัวว่าประชาชนจะไม่เออออห่อหมกด้วย ก็เลยทำเสียจนกระทั่งการเลือกตั้งนี้ต้องพิกลพิการไป ไม่มีความหมายอย่างที่ควรจะเป็น สิ่งที่ คสช.กับพวกอาจจะมองผิดไปอย่างหนึ่งก็คือประชาชนไม่ได้โง่อย่างที่พวกเขาคิด ไม่เชื่อก็คอยดูกันต่อไป.

  • คลายล็อกการเมือง
  • จาตุรนต์ซัดคลายล็อก
  • ห้ามหาเสียงทางโซเชียล
  • คลายล็อกตลกร้าย
  • จาตุรนต์

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/1377367

แสดงความคิดเห็น
โหลด...