หนุ่มรุ่นเลือดร้อนทะเลาะวิวาทยิง พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวย่านคลองสาม เสียชีวิต

0 13

วัยรุ่นมีปากเสียงกับพ่อค้าก๋วยเตี๋ยว กลับบ้านไปเอาปืนมายิงสาหัสไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล กล้องหน้ารถจับภาพได้ ตำรวจออกหมายจับแล้ว กำลังเร่งไล่ล่านำตัวดำเนินคดี
วันนี้ (16 ก.ย.61) เวลาประมาณ 00.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและมีผู้ใช้อาวุธปืน ยิงกันได้รับบาดเจ็บสาหัสและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลภัทรฯ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงรุดตรวจสอบยังบ้านที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง , พ.ต.ต.สามารถ เปาจีน สว.สส.สภ.คลองหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (ศพฐ.1) เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 45/323 ม.4 หมู่บ้านพฤกษา D ซอย 7/2 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 2 ปลอก ,หัวกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัด ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ที่โรงพยาบาลภัทร-ธนบุรี พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลภัทร-ธนบุรี พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือนายพริศวร์ (หรือช้าง) สุขทรัพย์ศรี อายุ 43 ปี เดิมอยู่บ้านเลขที่ 4/9 ม.2 ต.โพธิ์สามต้น อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ตายเป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ย่านคลองสาม โดยพบบาดแผล ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่บริเวณใต้ราวนมซ้าย จำนวน 1 นัด ทางญาติๆได้นำส่งโรงพยาบาลฯ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายพล กิตรัตน์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/2 ม.3 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี พร้อมกับพวกรวม 2 คน ไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดเป็นผู้ก่อเหตุ และหลังเกิดเหตุได้พากันหลบหนีไป
พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า พฤติการณ์ก็คือ เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ของวันที่ 15 กันยายน 2561ที่ผ่านมา นายพริศวร์ (หรือ) สุขทรัพย์ศรี อายุ 43 ปี ผู้ตาย ได้นั่งดื่มสุราอยู่กับภรรยาและเพื่อนๆรวม 4 คน ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 45/323 ม.4 หมู่บ้านพฤกษา D ซอย 7/2 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุ ก็ได้นั่งดื่มสุราอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00 น. ต่อมาเวลาประมาณ 23.30 น. กลุ่มผู้ก่อเหตุนั้น ได้เกิดมีปากเสียงทะเลาะ กับนายพริศวร์ (หรือช้าง)ผู้ตาย แต่เพื่อนๆได้พากันห้ามไว้ และมีการกล่าวท้าทายกัน หลังจากนั้นทั้งหมดจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน และกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไป
และในเวลาต่อมาเวลาประมาณ 00.01 น. ของวันนี้ 16 กันยายน 2561 กลุ่มผู้ก่อเหตุได้กลับมาพร้อมเพื่อนอีกครั้ง โดยขับขี่รถจักรยานยนต์ มากันคนละคัน และเพื่อนของผู้ก่อเหตุได้พยายามจะเอาอาวุธและมีด เข้าไปแทงนายพริศวร์ (หรือช้าง) ผู้ตาย และนายพริศวร์ (หรือช้าง)ผู้ตาย ได้เดินหลบไป จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ ชักอาวุธปืนออกมายิงขึ้นฟ้า จำนวน 1 นัด และเดินเข้าไปใช้อาวุธปืน จ่อยิงเข้าที่บริเวณใต้ราวนมซ้ายของนายพริศวร์ (หรือช้าง)ผู้ตาย จำนวน 1 นัด และก่อนหลบหนีได้ยิงอาวุธปืนขึ้นฟ้าอีก 1 นัด จากนั้นได้หลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 2 ปลอก และหัวกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 นัด ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และได้เชิญญาติๆและพยานในที่เกิดเหตุ ไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่โรงพัก พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง ได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณที่เกิดเหตุ และใกล้เคียงกัน พร้อมกับกล้องหน้ารถยนต์ เพื่อติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี
ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว คือนายพล กิตรัตน์ อายุประมาณ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/2 หมู่ที่ 3 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี และอยู่ระหว่างขอหมายจับแล้ว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวนนางสาว นภัทร (หรือปู) สอาดสิทธิ์ อายุ 42 ปี(ภรรยาผู้เสียชีวิต) พยานในที่เกิดเหตุและเห็นเหตุการณ์ พร้อมด้วยนายสำราญ (หรือราญ) อายุ 47 ปี และนางสมใจ (หรือใจ)อายุ 42 ปี เจ้าของบ้านและภรรยา ว่า ผู้ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายพริศวร์ (หรือช้าง)ผู้ตายนั้น เป็นสามีตนเอง ส่วนคนที่ก่อเหตุยิงสามี คือนายพล กิตรัตน์ เป็นผู้ก่อเหตุ หลังจากเกิดการทะเลาะวิวาทกัน และมีผู้ใช้อาวุธปืนจำนวน 3 นัดก่อนขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป จากนั้นสามีตนเองล้มลง หลังจากสินเสียงปืน และพบว่ากระสุนปืนยิงเข้าที่ราวนมซ้าย 1 นัด เพื่อนบ้านและตนเอง จึงได้นำสามีส่งโรงพยาบาลภัทรฯ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
ทางด้านนายจักรินทร์ (หรือบอล) สงวนนามสกุล ชาวกรุงเทพมหานคร ผู้เห็นเหตุการณ์และเป็นคนนำคนเจ็บ ส่งโรงพยาบาลภัทร ให้การว่าขณะที่ตนขับรถมาจอดหน้าบ้าน และกำลังจะเข้าบ้าน ซึ่งอยู่ติดกันกับบ้านที่เกิดเหตุ และพบผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตาย ซึ่งได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด และกล้องวงจรปิดด้านหน้ารถยนต์ ของตนสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ จากนั้นตนได้พาคนเจ็บนำส่งโรงพยาบาลภัทร
ส่วนนายชัยพร (หรือเจ) เปิ้นปัญญา อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดชัยนาท เพื่อนร่วมงานคือนายพลฯผู้ก่อเหตุ ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองกับนายพลฯผู้ก่อเหตุ ได้ร่วมนั่งดื่มสุรากัน อยู่ที่บ้านฝั่งตรงข้ามกันกับบ้านที่เกิดเหตุ และหลังจากที่คือนายพลฯผู้ก่อเหตุ ได้มีปากเสียงกันกับนายพริศวร์ (หรือช้าง)ผู้ตาย จากนั้นจึงได้แยกย้ายกันกลับที่พัก โดยตนเองพักอาศัยที่บริเวณปากซอย 7 ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร โดยนายพลฯผู้ก่อเหตุ ได้โทรศัพท์หาเพื่อน โดยไม่ทราบว่าเป็นใคร ให้นำอาวุธปืนมาให้ ที่บริเวณหน้าบ้านพักของตน และบอกว่าจะไปยิงนายพริศวร์ (หรือช้าง)ผู้ตาย โดยตนได้แต่ห้ามปรามไว้แล้ว แต่นายพลฯผู้ก่อเหตุไม่ฝัง และได้ขับรถจักรยานยนต์ ออกจากบ้านตนเองไป ที่บ้านที่เกิดเหตุ ตนจึงเดินตามไปเพื่อที่จะห้ามปราม และในระหว่างนั้น ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 3 นัด และพบนายพลฯผู้ก่อเหตุ ก็รีบขับรถจักรยานยนต์ ออกมาจากบ้านที่เกิดเหตุ และนายพลฯผู้ก่อเหตุ ยังบอกกับตนว่า "กูยิงมันแล้ว มึงอย่าบอกใครนะ ว่ากูหลบหนีไปอยู่ที่ไหน" แล้วขับรถหลบหนีไป ตนจึงรีบวิ่งไปยังบ้านที่เกิดเหตุ และช่วยนำผู้ตายส่งโรงพยาบาลดังกล่าว
ล่าสุด 23.30 วันเดียวกัน ทาง ร.ต.อ.ชัยยันต์ คุณารักษ์ ร้อยเวรสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง ได้ขอหมายจับจากศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 16 กันยายน 2561 ทั้งสองคนคือนายเอกรินทร์ฯและนายพลฯ ในข้อกล่าวหา "ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ร่วมกันพาอาวุธปืนและอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร” โดยร่วมกันจับกุมตัวนายเอกรินทร์ (หรือบอล) เสาเวียง อายุ 19 ปีเดิมอยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 1 ตำบลบางพูด อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ได้ที่ชุมชนคุ้งผ้าพับ ในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่ามีโอ สีดำ-ชมพู หมายเลขทะเบียน อนค-532 กรุงเทพมหานคร และอาวุธมีดปลายแหลม จำนวน 1 เล่ม ที่ใช้ในการก่อเหตุ ส่วนนายพล กิตรัตน์ อายุ 23 ปี (ยังหลบหนีอยู่) เดิมอยู่บ้านเลขที่ 88/2 ม.3 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี เพื่อนอีกคนยังหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งไล่ล่า
ทางด้านนายเอกรินทร์ฯ ผู้ต้องหา ให้การรับสารว่า เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา มือปืนคือนายพลฯ (ยังหลบหนี) ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ได้โทรมาตาม และบอกว่ามีเรื่องกัน และนายพลฯ ได้โทรบอกนายปัดฯไม่ทราบนามสกุล เพื่อให้ตนเองไปเอาอาวุธปืน ที่นายปัดฯ จากนั้นตนเองก็ขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว จากชุมชนคุ้งผ้าพับ ในอำเภอสามโคก และไปพบที่หมู่บ้านพฤกษาดี จากนั้นก็ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปที่บ้านเกิดเหตุด้วยกัน ก่อนจอดรถและตนเอง ได้ถืออาวุธมีดปลายแหลม เพื่อจะไปช่วงแทงนายช้างฯ ซึ่งเป็นผู้ตายแต่ไม่ถูก นายพลฯ ก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าจำนวน 1 นัดและยิงผู้ตายไป 1 นัด และอีก 1 นัดก่อนหลบหนีไป จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้มาจับกุมตนเองได้ดังกล่าว โดยทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำตัวนายเอกรินทร์ฯ พร้อมด้วยของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ ส่งให้ ร.ต.อ.ชัยยันต์ คุณารักษ์ ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




  • ยิงพ่อค้า
  • วิวาท

ที่มา : https://mgronline.com/crime/detail/9610000092921

แสดงความคิดเห็น
โหลด...