สกู๊ป:ถอดขั้นตอน บังคับคดี กรณีศึกษาžแพรวาž

0 15

กลับมาเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียลอีกครั้ง กรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ คดีแพรวาŽ เด็กสาวตระกูลดังขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้โดยสารวิ่งระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพบนทางยกระดับโทลล์เวย์ขาเข้า ช่วงด้านหน้าสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เมื่อคืน วันที่ 27 ธันวาคม 2553

Loading...

จนถึงวันนี้เวลาผ่านมา 9 ปี ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์วันนั้นยังไม่ได้การเยียวยาค่าเสียหาย

หลังจากศาลฎีกาส่วนแพ่งอ่านคำพิพากษาให้จำเลยซึ่งประกอบด้วย น.ส.แพรวา พ่อ แม่ เจ้าของรถที่ให้ น.ส.แพรวายืมขับ ชดใช้ค่าสินไหมกว่า 24.7 ล้านบาท นับตั้งแต่การอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562

หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องพร้อมให้ความช่วยเหลือ โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แนะช่องทางให้เหยื่อที่ได้ค่าเยียวยาตามคำพิพากษา ให้มาพบอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (อัยการ สคช.) ได้ จะให้คำแนะนำวิธีการดำเนินการด้วยตัวเอง การเขียนคำร้องยื่นกรมบังคับคดี อย่างครบถ้วนหรือไม่ และถ้าจำเป็นต้องใช้ทนายความ จะหาดำเนินการให้ จะได้ไม่ถูกหลอก ทั้งหมดอัยการบริการฟรี

ขณะนี้กำลังผลักดันการแก้ระเบียบช่วยเหลือประชาชนให้กว้างขวาง อัยการ สคช.กับกระทรวงยุติธรรม ก็มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกันเพื่่อช่วยเหลือประชาชน ให้กระชับรัดกุมรวดเร็วขึ้น

ขณะที่กระทรวงยุติธรรมเองได้ออกมายื่นมือให้ความช่วยเหลือและชี้ช่องตามข้อกฎหมาย

ธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีข้อสั่งการเร่งด่วนให้กระทรวงยุติธรรมเข้าช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงความยุติธรรมแก่ผู้เสียหายกรณีดังกล่าว

ขณะนี้กรมบังคับคดีพร้อมอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการบังคับคดีเช่นกัน โดย ผู้เสียหายหรือฝ่ายโจทก์ต้องไปยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี จากนั้นนำหมายบังคับคดีไปตั้งเรื่องที่กรมบังคับคดี เพื่อให้มีอำนาจเข้าไปสืบทรัพย์

กรณีไม่ยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามคำพิพากษา หากครบกำหนดเวลา 30 วันหลังศาลมีคำพิพากษา ผู้เสียหายจะต้องไปยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี

เมื่อได้หมายบังคับคดีมาแล้ว จึงจะมีอำนาจเข้าไปสืบทรัพย์ว่าจำเลยมีทรัพย์สินอะไรบ้าง ซึ่งในชั้นนี้ยากที่สุด เพราะศักยภาพบุคคลทั่วไปยากต่อการเข้าถึงข้อมูล ต้องจ้างทนายความ คนจนคนด้อยโอกาสสามารถขอเงินค่าจ้างทนายความสืบทรัพย์ได้จากกองทุนยุติธรรมได้

รองปลัดฯธวัชชัยแนะนำให้จำเลยเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยจะดีที่สุด

ส่วนผู้เสียหายหรือฝ่ายโจทก์ สามารถขอคำแนะนำช่วยเหลือได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทุกจังหวัด หรือศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม

สำหรับขั้นตอนการบังคับคดีนั้นจะใช้ขั้นตอนตาม ประมวลกฎมาย วิ. แพ่ง กล่าวคือ หากจำเลยไม่ดำเนินการจ่ายชดเชยตามคำพิพากษาของศาล โจทก์หรือเจ้าหนี้ต้องยื่นคำร้องต่อศาลให้ออกหมายบังคับคดีกับโจทก์

จากนั้นขั้นตอนจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี ตามประมวล วิ.แพ่ง หมายบังคับคดีจะถูกส่งตามระบบมาแจ้งมายังกรมบังคับคดี

ระหว่างนั้น เจ้าหนี้จะต้องดำเนินการสืบหาทรัพย์ของโจทก์ว่า มีทรัพย์ใดบ้าง ซึ่งขั้นตอนการสืบทรัพย์เป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ในการสืบหาทรัพย์ เจ้าหน้าที่่พนักงานคดี ไม่ได้เข้าเกี่ยวข้องในเรื่องสืบทรัพย์

ส่วนใหญ่การสืบทรัพย์เป็นขั้นตอนของเจ้าหนี้ที่จะต้องไปจ้างทนายความเพื่อสืบทรัพย์ เพราะการสืบทรัพย์นั้นก็ต้องแน่ใจว่าเป็นของจำเลยจริงๆ จึงจะทำการยึดทรัพย์ได้ เช่น บัญชีที่เป็นชื่อลูกหนี้ รวมถึงกรณีที่ลูกหนี้ใช้ชื่อคนอื่นในการเปิดบัญชีธนาคารแทนชื่อตนเอง บ้านที่ ดิน ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้

จากนั้นจะต้องแจ้งมายังกรมบังคับคดี

เพื่อออกหมายบังคับคดีให้ยึดอายัดทรัพย์สิน เพื่อนำมาชดใช้ให้เจ้าหน้าที่ตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยกรมบังคับคดีจะส่งเรื่องไปยังธนาคารเพื่ออายัดบัญชี หากเป็นอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ก็ออกหมายอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไปยังกรมที่ดิน

ขั้นตอนสุดท้ายคือ การขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ ในการขายทอดตลาดจะเป็นการขายทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งได้ทำการยึดมาแล้วโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยจะเป็นการประมูลขายให้กับบุคคลทั่วไป

อย่างไรก็ตาม หากทรัพย์ที่นำมาขายทอดตลาดยังไม่พอกับมูลหนี้ที่เจ้าหนี้ต้องชดใช้ ในช่วงเวลา 10 ปีลูกหนี้สามารถติดตามได้เพิ่มเติม หรือเมื่อครบกำหนดแล้วไม่สามารถชดใช้ได้ ก็จะเข้าสู่กระบวนการแจ้งต่อศาล

เพื่อสั่งให้เจ้าหนี้เป็นบุคคลล้มละลาย

ที่มา : https://www.matichon.co.th/local/crime/news_1588173

Loading...

แสดงความคิดเห็น
โหลด...