ศาลฎีกา ยกฟ้อง 6 อดีตตำรวจกาฬสินธุ์ ฆ่าอำพรางแขวนคอโจ๋ ปี 2547

0 2

MGR online – ศาลฏีกา พลิกคำตัดสิน ยกฟ้อง 6 อดีตตำรวจกาฬสินธุ์ คดีฆ่าอำพรางแขวนคอโจ๋ ปี 2547 ระบุพยานมีปากเดียว และไม่ใช่ประจักษ์พยาน คำให้การมีพิรุธ ไม่น่าเชื่อถือ ขณะที่จำเลยทั้ง 6 ให้การปฏิเสธมาโดยตลอด น่าสงสัยว่าทำผิดจริงหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
วันนี้ (11 ต.ค.)ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีฆ่าแขวนคอ หมายเลขดำ อ.3252/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายกิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง บิดาผู้เสียชีวิต ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ด.ต.อังคาร คำมูลนา อายุ 54 ปี ด.ต.สุดธินันท์ โนนทิง อายุ 49 ปี ด.ต.พรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 48 ปี พ.ต.ท.สำเภา อินดี อายุ 57 ปี อดีต สวป.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.มนตรี ศรีบุญลือ อายุ 68 ปี อดีต ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และ พ.ต.ท.สุมิตร นันท์สถิต อายุ 51 ปี อดีตรอง ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ (ทั้งหมดมียศและตำแหน่งขณะนั้น) เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ
กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 ก.ค. 2547 จำเลยที่ 1-3 และจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกันฆ่านายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปีเศษ ผู้ต้องหาคดีลักรถ จยย. ขณะนำตัวออกจาก สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ด้วยการบีบรัดคอจนเสียชีวิต ก่อนนำศพไปอำพรางคดีด้วยการแขวนคอ โดยจำเลยทั้ง 6 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
คดีนี้ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.ย ศาลได้ออกหมายจับ พ.ต.อ.มนตรี จำเลยที่ 5 ปรับนายประกัน 1 ล้านบาท เนื่องจาก พ.ต.อ.มนตรี ไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา
คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2555 ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย ส่วนจำเลยที่ 6 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ขณะที่จำเลยที่ 5 ลงโทษจำคุก 7 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4
ต่อมาอัยการโจทก์, โจทก์ร่วมและจำเลย ได้ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้ว จึงพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และเคลื่อนย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 แต่คำให้การของจำเลยที่ 2 มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 50 ปี อีกทั้งพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษ 1ใน3 คงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 5-6 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 7 ปีนั้น เห็นว่า หนักเกินไป จึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุก จำเลยที่ 5-6 ไว้คนละ 5 ปี
วันนี้ศาลเบิกตัว ด.ต.อังคาร ด.ต.สุดธินันท์ และด.ต.พรรณศิลป์ จำเลยที่ 1-3 จากเรือนจำมาศาล จำเลยที่ 4, 6 ซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล ส่วนจำเลยที่ 5 ยังหลบหนี
ต่อมาศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลได้วินิจฉัยถึงพยานโจทก์ที่มีเพียงปากเดียว ไม่ใช่ประจักษ์พยาน โดยวิเคราะห์ถึงคำให้การโดยละเอียดหลายครั้งว่ามีพิรุธ ไม่น่าเชื่อถือ กับจำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธโดยตลอด จึงน่าสงสัยว่าร่วมกระทำผิดจริงหรือไม่ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ฎีกาโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหก
ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จ บรรดาญาติและผู้ติดตามให้กำลังใจจำเลยต่างดีใจร่ำไห้เข้าสวมกอดพวกจำเลย ขณะที่นางพิกุล พรหมจันทร์ ญาติผู้ตายระบุเบื้องต้นว่าพูดไม่ออกเลย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2547 ช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันช่วงเวลาดังกล่าวพบว่ามีผู้เสียชีวิตและหายสาบสูญใน จ.กาฬสินธุ์ อย่างต่อเนื่องที่สามารถตรวจสอบรายชื่อได้มีทั้งสิ้น 28 ราย โดยเฉพาะกรณีการฆ่าแขวนคอนายเกียรติศักดิ์ ญาติของนายเกียรติศักดิ์ได้เข้าร้องเรียนสาเหตุการเสียชีวิตต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ พนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถจับกุมตัวจำเลยทั้งหกได้
นางพิกุล พรหมจันทร์

  • ศาลฏีกา

ที่มา : https://mgronline.com/crime/detail/9610000101764

แสดงความคิดเห็น
โหลด...