ปอศ.จับ 3 คดีฉ้อโกง ตุ๋นขายเครื่องสปาหน้า หลอกประมูลสินค้าไอที ต้มขายถุงบิ๊กแบ็ค

0 8

MGR online – “บิ๊กโจ๊ก” นำทีมแถลงจับ 3 คดีฉ้อโกงรายสำคัญ ตั้งตุ๋นขายเครื่องนวดสปาหน้า ความเสียหายกว่า 30 ล้าน หลอกขายสินค้าไอที แต่กลับได้ลูกอม และต้มขายถุงบิ๊กแบ๊ค มูลค่าความเสียหายกว่า 35 ล้านบาท
วันนี้ (6 พ.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ถนนสาธร พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รรท.ผบช.ทท. พ.ต.อ.วรพจน์ ดิษยบุตร รองผบก.ปอศ. ตำรวจสตม. ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจบก.ปอศ. และชุด ศปอส.ตร. ร่วมกันแถลงจับกุมมิจฉาชีพหลอกร่วมลงทุน มีคดีที่น่าสนใจ 3 คดี
โดยคดีแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนางภัสราภรณ์ โชติสิงห์สิริ อายุ 46 ปี และนายพิพัฒน์ชัย จงจิตไพศาล อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาหลอกลวงลงทุนขายเครื่องนวดสปาหน้าการันตีผลตอบแทนมากกว่า 600% ต่อปี โดยจับกุมนางภัสราภรณ์ได้ที่จ.เชียงใหม่ และนายพิพัฒน์ชัย จับกุมได้ที่จ.ลพบุรี
ทั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชน จำนวน 10 ราย ว่าตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงระดมทุนขายเครื่องนวดสปาหน้า มีมูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท และคาดว่า มีผู้เสียหายที่ยังไม่ได้แจ้งความอีกกว่า 100 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท ทา งพงส.กก.5 บก.ปอศ.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่านางภัสราภรณ์และ นายพิพัฒน์ชัย เป็นสามีภรรยากันได้ร่วมหลอกลวงผู้เสียหายผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อ “ภัสราภรณ์ เจ้าแม่ท้าวแชร์” และ “ภัสราภรณ์ ชิตสิงห์สิริ” ว่า เป็นตัวแทนขายเครื่องนวดสปาหน้าของบริษัทนูสกินส์ ได้ชักชวนให้ประชาชนทั่วไปนำเงินมาลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนสูง
หากมีผู้สนใจนางภัสราภรณ์ จะดึงเข้ากลุ่มไลน์ พร้อมแจ้งเงื่อนไขการลงทุนให้ทราบว่า ลงทุนขายเครื่องนวดสปาหน้า 1 เครื่อง โอนเงิน 30,000 บาท ครบกำหนด 7 วัน รับกำไร 3,500 บาท และแจ้งบัญชีรับโอนเงิน มีทั้งบัญชีของนางภัสราภรณ์และนายพิพัฒน์ชัย ในช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาได้แจ้งว่า มียอดสั่งซื้อเครื่องนวดสปาหน้าเพิ่มจำนวนมาก และได้เพิ่มกำไรให้ผู้ลงทุนเป็น 5,000 บาท
เมื่อผู้เสียหายเห็นว่า ได้เงินจริง จึงหลงเชื่อจองการลงทุนและเพิ่มจำนวนเงินลงทุน แต่เมื่อครบกำหนดนางภัสราภรณ์กลับไม่โอนเงินให้กลุ่มผู้เสียหายตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ เมื่อผู้เสียหายถามก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่า ถูกนายทุนโกงอีกทอดหนึ่ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน เพื่อยึดทรัพย์ต่อไป
คดีที่สองจับกุมนายวัชรินทร์ แก้วศรี อายุ 28 ปี โดยจับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถ ห้างสรรพสินค้า แม็คโคร สาขาจรัญสนิทวงศ์ หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนกว่า 100 คน ว่าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ หลอกประมูลขายสินค้าไอทีออนไลน์ มูลค่าความเสียหายกว่า 300,000 บาท โดยนายวัชรินทร์ เป็นพ่อค้าขายของออนไลน์ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ "Watcharin Kaewsri" โฆษณาชักชวนให้ประชาชนทั่วไปมาประมูลซื้อสินค้าไอทีจากกลุ่มเฟซบุ๊กซื้อขายอุปกรณ์ไอทีและคอมพิวเตอร์ ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด เช่น ฮาร์ดิสก์ ความเร็วสูง (SSD Samsung 970 EVO) ราคาตลาด 4,590 บาท สามารถประมูลซื้อได้ในราคา 2,000 บาท เมื่อสนใจและประมูลซื้อได้ จะให้ผู้เสียหายโอนเงินมาที่บัญชีตนเองหลังจากโอนเงินแล้วผู้เสียหายกลับได้รับพัสดุเป็นลูกอมโอเล่ ซูกัส แทน ต่อมานายวัชรินทร์ ออกมาโพสต์อ้างว่าถูกดีลเลอร์โกง และไม่ทราบเรื่องการส่งลูกอมไปให้กับผู้เสียหาย พร้อมขู่ห้ามใครโพสต์กล่าวหาตัวเองให้ได้รับความเสียหายจะฟ้องดำเนินคดี
จากการสืบสวนทราบว่า การจัดส่งกล่องพัสดุให้กับผู้เสียหายนั้นได้จัดส่งทางเคอรี่ เอ็กซ์เพลส มีนายวัชรินทร์ เป็นชื่อผู้จัดส่งกล่องพัสดุเองทั้งสิ้น ต่อมา พงส.บก.ปอศ.ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน,โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
และคดีสุดท้าย จับกุมนายคมสัน ศรีสุข อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ จ.309/2561 ลงวันที่ 24 เมษายน 2561 ในข้อหาฉ้อโกงประชาขน หลังร่วมกับพวก 8 คน กระทำความผิดหลอกผู้เสียหายลงทุนในการซื้อถุงบิ๊กแบ๊คจากโรงงานบริษัทเอกชนย่านสมุทรปราการโดยอ้างว่าสามารถซื้อถุงบิ๊กแบ๊ค เพียง 60 บาท และไปขายต่อ 80-100 บาท ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อร่วมลงทุน ซึ่งมีผู้ต้องหาเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 5 คน และอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 3 คน โดยคดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหาย 35 ล้านบาท
พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อว่าจะมีการได้รับผลตอบแทนที่สูงเกินความเป็นจริง และหากไม่มั่นใจขอให้โทรไปปรึกษากับตำรวจได้ที่เบอร์ 1155


  • ปอศ.

ที่มา : https://mgronline.com/crime/detail/9610000110756

แสดงความคิดเห็น
โหลด...