“ปริญญา” ปิดปากไม่ขอให้การชั้นสอบสวนคดีโกงบิตคอยน์ ตร.ตั้ง 3 ข้อหาหนัก ค้านประกันตัว

0 3

MGR Online – ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงบิตคอยน์ “ปริญญา จารวิจิตร” ยังพลิ้วไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวน ตำรวจตั้ง 3 ข้อหา คดีฉ้อโกง-ฟอกเงินโดยร่วมกับน้องชายและน้องสาว-คดีฟอกเงินโดยร่วมกับมารดา นำตัวฝากขังที่ศาลอาญาพร้อมค้านการประกันตัว ขณะที่ทนายเตรียมหลักทรัพย์เพื่อยื่นประกัน
วันนี้ (12 ต.ค.) ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการจับกุมนายปริญญา จารวิจิตร ผู้ต้องหาสำคัญในคดีโกงเงินบิตคอยน์ ว่านายปริญญาได้เดินทางกลับมาจากสหรัฐอเมริกา และมาถึงประเทศไทยเมื่อประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากพนักงานสอบสวนของกองปราบปรามได้ประสานงานไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอให้เพิกถอนหนังสือเดินทางของผู้ต้องหาจนทำให้ถูกส่งตัวกลับมาในที่สุด พนักงานสอบสวนจึงเดินทางไปรอรับตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนนำตัวดำเนินคดีดังกล่าว
พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวต่อว่า สำหรับนายปริญญาจะถูกดำเนินคดีใน 3 ข้อหา คือ คดีฉ้อโกง คดีฟอกเงินโดยร่วมกับน้องชายและน้องสาว และคดีฟอกเงินโดยร่วมกับมารดา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวนก็จะได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาต่อไป ส่วนเรื่องการให้ประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมที่อาจหลบหนี ประกอบกับเป็นคดีที่มูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมากพนักงานสอบสวนก็จะคัดค้านการประกันตัวด้วย
รายงานแจ้งว่า ทางทีมทนายความได้เตรียมหลักทรัพย์มูลค่า 20 ล้านบาท เพื่อยื่นขอประกันต่อศาลต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คดีดังกล่าวก่อนหน้านี้นายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา อายุ 23 ปี เจ้าพ่อเงินอิเล็กทรอนิกส์ตระกูลบิตคอยน์ ชาวฟินแลนด์ ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. ระบุว่า นายปริญญากับพวกได้ร่วมกันฉ้อโกงเงินบิตคอยน์มูลค่าประมาณ 797 ล้านบาทด้วยการหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ แต่กลับมีการถ่ายเทเงินไปยังที่ต่างๆ โดยไม่ได้ทำตามที่ตกลงกันไว้ ต่อมาพนักงานสอบสวนได้สอบสวนขยายผลจนพบว่าคดีนี้มีผู้กระทำความผิดประกอบด้วย นายปริญญา ที่เป็นหัวโจกสำคัญในคดี,ื นายธนสิทธิ์ จารวิจิตร, นายจิรพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิตร ดารานักแสดง น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิตร สี่พี่น้อง และนายวิสิทธิ์ จารวิจิตร และนางเลิศฉัตรกมล จารวิจิตร บิดาและมารดา รวมทั้งนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ผู้กว้างขวางในตลาดหลักทรัพย์ และนายชาคริส อาห์มัด ผู้บริหารบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แต่นายประสิทธิ์ และนายชาคริสนั้นผู้เสียหายได้มาถอนแจ้งความไปแล้วหลังจากตกลงชดใช้ค่าเสียหายกันได้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ส่วนผู้ต้องหารายอื่นพนักงานสอบสวนได้ทยอยแจ้งข้อหาไปแล้วในฐานความผิดเกี่ยวกับร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันฉ้อโกง ในขณะที่นายปริญญาได้หลบหนีไปสหรัฐอเมริกาก่อนที่หมายจับจะออกเพียงไม่กี่วัน ต่อมา พ.ต.อ.ชาคริตได้ทำหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้ยกเลิกหนังสือเดินทางของนายปริญญาเพื่อกดดันจนทำให้ต้องเดินทางกลับมาประเทศไทย ขณะนี้คงเหลือแต่ผู้ต้องหาในตระกูลจารวิจิตรเท่านั้น
ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้นัดให้นายวิสิทธิ์ จารวิจิตร และนางเลิศฉัตรกมล จารวิจิตร บิดาและมารดา รวมทั้งนายธนสิทธิ์ พี่ชายของนายปริญญา เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในวันที่ 17 ตุลาคมที่จะถึงนี้ หากผู้ต้องหาทั้งสามคนมาพบพนักงานสอบสวนก็จะแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากมารดาของนายปริญญาได้รับโอนเงินมาจากลูกชายก่อนที่จะยักย้ายถ่ายเทเงินไปให้กับบิดาของนายปริญญา ส่วนนายธนสิทธิ์ก็มีพฤติกรรมเช่นเดียวกัน คือ รับโอนเงินมาจากนายปริญญาแล้วยักย้ายถ่ายเทไปให้แก่บุคลอื่นๆ ซึ่งเป็นพฤติกรรมการกระทำความผิดฐานฟอกเงินด้วย

  • กองปราบปราม

ที่มา : https://mgronline.com/crime/detail/9610000102254

แสดงความคิดเห็น
โหลด...