บุกค้นอู่ซ่อมรถยนต์ปทุม หลังโยงแก๊งโจรกรรมรถยนต์ ดัดแปลง สวมทะเบียน

0 4

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.อนุชา ธนะอุดม, พ.ต.ท.อรรถพล พานประทีป, พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ สว.กก.3บก.ป. ร.ต.อ.หญิง กัญจิรา นรสาร รองสว.กก.3บก.ป. สนธิกำลังศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปจร.ก.) นำหมายค้นเลขที่ 238 /2561 ลงวันที่ 3 ธันวาคม เข้าตรวจค้นอู่รถยนต์เลขที่ 3022 ต.บางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี หลังสืบทราบว่าเป็นสถานที่ในการตัดต่อสวมซากรถยนต์ ซึ่งอาจมีความเกี่ยวโยงกับขบวนการโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่

ที่เกิดเหตุเป็นอู่รถยนต์ขนาดใหญ่ มีรั้วรอบขอบชิด ชุดสืบสวนได้นำกำลังเข้าตรวจค้นก็พบ นายรุ่ง เศร้าภาษา อยู่บ้านเลขที่ 355/58 หมู่ 2 ตำบลและอำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี แสดงตนเป็นเจ้าของอู่รถยนต์ จากการตรวจค้นก็พบนายอดิพงษ์ เศร้าภาษา อยู่บ้านเลขที่ 47/4 แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร ช่างสี นายสุวิทย์ ภูธนะวีระชาติ อยู่บ้านเลขที่ 78/1 หมู่ 2 ต.บางตาหงาย อ.บรรพต จ.นครสวรรค์ ช่างสี และนายยุติธร ประสมจินดา อยู่บ้านเลขที่ 14/2494 หมู่ 1 ตำบลและอำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี ช่างเคาะ ตัดเชื่อม กำลังทำการซำแหละรถยนต์สองคัน จึงได้ขอตรวจสอบ พบว่า รถทั้งสองคันเป็นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีขาว ทะเบียน กล 5206 จ.พิษณุโลก มีร่องรอยการตัดหมายเลขตัวถังรถยนต์ออกไป และรถยนต์ยี่ห้อม๊าชด้า 2 สีขาว ทะเบียน กจ. 6690 จ.หนองคาย พบรอยตัดหมายเลขตัวถังรถออกที่บริเวณที่นั่งคนขับ จึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมด พร้อมคุมตัวเจ้าของอู่และผู้ที่เกี่ยวข้องไปทำการสอบสวน

พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นอู่รถยนต์ดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกของวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้ได้มีกลุ่มคนร้ายร่วมกันขอติดต่อเช่ารถยนต์ฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีส้ม ทะเบียน 8 กข 3580 กทมกับทางผู้เสียหายรายหนึ่ง ภายในปั้มน้ามันบางจาก ถ.พระราม 3 แขวงและเขตบางคอแหลม ก่อนที่จะขาดการติดต่อไป ต่อมาผู้เสียหายได้พบว่ารถยนต์ของตนที่หายไปได้ปรากฏที่เต็นท์รถยนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ ถนนทางหลวงชนบทสมุทรสาคร ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงได้มาแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ ก่อนที่ทางตำรวจกองปราบปรามจะเข้าไปตรวจสอบ

เบื้องต้นพบว่ารถคันดังกล่าวการสวมทะเบียนรถเป็นทะเบียนกค 5797 กทม. จึงได้ทำการตรวจสอบที่พบว่าการได้มาของตัวรถไม่ถูกต้อง เอกสารไม่ตรงกับทะเบียนรถที่ระบุ อีกทั้งได้ประสานไปยังเจ้าของทะเบียนตัวจริงก็ทราบว่ารถยนต์ทะเบียนกค 5797 กทม. ได้ประสบอุบัติเหตุ ต่อมาได้ทำการขยายผลจนทราบว่ารถคันดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับอู่รถยนต์ที่จ.ปทุมธานี จึงได้ขออำนาจศาลออกหมายค้นเพื่อหาพยานหลักฐานและผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นได้ทำการยึดซากรถยนต์ จำนวน 2 คัน พร้อมทะเบียนและเครื่องยนต์ไว้ เพื่อนำส่งกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อทำการตรวจสอบและดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ดีอยากจะฝากเตือนประชาชนที่มีความต้องการในการซื้อรถยนต์ทั้งจากเต็นท์รถมือสองหรือทางอินเตอร์เน็ต จะต้องมีการตรวจสอบตัวรถจริงโดยเฉพาะเลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ ว่ามีการดัดแปลงขูดลบแก้ไขหรือไม่ พร้อมทั้งนำไปตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนเบื้องต้นกับกรมขนส่งทางบกด้วยว่าตรงกันหรือไม่ ก่อนจะตกลงซื้อขายกัน ซึ่งอยากให้ประชาชนตระหนักถึงความน่าจะเป็นว่าของดี ของถูก ไม่มีในโลก

ทั้งนี้มีรายงานว่าตำรวจกองปราบปราม และ ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ใช้เวลาในการแกะรอยขบวนการดังกล่าวเป็นเวลากว่า 2 เดือน ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนพบว่า ขบวนการนี้ มีการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการ มีการแบ่งงานกันทำ โดยกลุ่มแรกจะออกอุบายหลอกเยื่อโดยทำทีว่าจะขอเช่ารถยนต์ จากนั้นก็จะนำไปขายให้กับ กลุ่มที่สอง ซึ่งเป็นอู่ซ่อมรถยนต์ โดยกลุ่มนี้จะนำรถยนต์ที่ได้จากการโจรกรรมไปทำการสวมกับซากรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุ โดยแต่ละเดือนสามารถดัดแปลงได้มากกว่า 20 คัน จากนั้นก็นำไปขายต่อให้กับกลุ่มที่ 3 ซึ่งเป็นเต็นท์รถยนต์มือสองหรือประชาชนที่สนใจโดยการหลอกลวงให้หลงเชื่อ หรือกลุ่มลูกค้า ที่สมัครใจซื้อรถยนต์ที่ผ่านการสวมซากมาแล้ว เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าท้องตลาด

ที่มา : https://www.matichon.co.th/local/crime/news_1258954

loading...

แสดงความคิดเห็น
โหลด...